ผลฟุตบอลคู่ แอสตัน วิลล่า พบ ลีดส์ ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

messageImage_1673657169219

ผลฟุตบอลคู่ แอสตัน วิลล่า พบ ลีดส์ ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

แอสตัน วิลล่า ของ อูไน เอเมรี่ ผลงานยอดเยี่ยมหลังเปิดรังไล่อัด ลีดส์ ยูไนเต็ด 2-1 เพิ่มสถิติชนะ 4 ใน 6 เกมลีกล่าสุด มี 25 แต้ม เท่ากับ เชลซี แต่ลูกได้เสียเป็นรองและแข่งมากกว่าหนึ่งเกม ทำให้รั้งอันดับ 11 เหมือนเดิม ส่วน “ยูงทอง” ไม่ชนะในลีกมา 5 นัดติด รั้งที่ 14 มี 17 แต้มมากกว่าโซนตกชั้นสองคะแนน

ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันศุกร์ที่ 13 มกราคมที่ผ่านมา ระหว่างเจ้าบ้าน แอสตัน วิลล่า อันดับ 11 ผลงานในลีกไม่แพ้มาสองเกมติด เปิด วิลล่า พาร์ค รับการมาเยือนของ ลีดส์ ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 13 ซึ่งไม่ชนะในเกมพรีเมียร์ลีกมา 4 นัดติดต่อกัน

เปิดฉากมาไม่ถึง 3 นาที แอสตัน วิลล่า ชิงขึ้นนำอย่างรวดเร็ว 1-0 จากบอลสวนกลับเร็วจากจังหวะที่ ลีดส์ ยูไนเต็ด ได้ลูกเตะมุมก่อนที่ แอชลี่ย์ ยัง จะเก็บตกได้หน้าประตูตัวเองแล้วสาดยาวให้ บูบาการ์ กามาร่า ควบพาบอลขึ้นมาก่อนดึงจังหวะแล้วไหลนิ่มๆ ให้ ลีออน ไบลี่ย์ โยกหลอกแล้วซัดด้วยซ้ายเสียบมุมเข้าไปอย่างงดงาม

นาทีที่ 10 อูไน เอเมรี่ กุนซือ “สิงห์ผงาด” ต้องเปลี่ยนตัวคนแรกอย่างรวดเร็วหลัง ลูก้าส์ ดีญ มีอาการเจ็บหัวไหล่เล่นต่อไม่ไหวต้องส่ง อเล็กซ์ โมเรโน่ แบ็กซ้ายที่เพิ่งย้ายมาใหม่ ลงสนามแทน

นาที 21 วิลฟรีด ยอนโต้ เรียกฟรีคิกให้ “ยูงทอง” ได้ระยะกว่า 23 หน้าประตู เบรนเดน อารอนสัน เล่นลูกสูตรหลอกด้วยการจ่ายยัดเลียดเข้ากลางให้ โรดริโก้ โมเรโน่ พยายามพลิกบอลเข้าไปยิง แต่โดน ดักลาส ลุยซ์ วิ่งเบียดไว้ก่อนที่บอลจะหลุดไปเข้ามือ เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ แม้ว่าแข้งยูงทองจะมารุมประท้วงต่อผู้ตัดสินกว่าเป็นจังหวะฟาวล์ของ ลุยซ์ แต่ไม่เป็นผล ไมเคิ่ล โอลิเวอร์ เชิ้ตดำยืนยันไม่เป็นจุดโทษ

เกมผ่านไป 31 นาที วิลล่า ต้องเปลี่ยนคนที่สองอีกหลัง โอลลี่ วัตกิ้นส์ เล่นต่อไม่ไหวต้องส่ง แดนนี่ อิงส์ ลงเล่นแทน

นาที 42 ลีดส์ พลาดโอกาสทองไล่ตีเสมอหลัง โรดริโก้ โมเรโน่ หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปแตะหลบ เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ ได้แล้วแต่จังหวะยิงเข้าประตูโดน อเล็กซ์ โมเรโน่ วิ่งมาบล็อคขวางบอลออกหลังหวุดหวิด

ช่วงทดเจ็บ นาที 45+1 ยูงทอง ทิ้งโอกาสทองหลุดลอยอีกหลัง ลุค อายลิ่ง แปบอลจังหวะเดียวไปในเขต 6 หลา แจ็ค แฮร์ริสัน วิ่งมาดีดจังหวะเดี่ยวแต่ยังไปติดเซฟของ มาร์ติเนซ อย่างเหลือเชื่อแม้ วิลฟรีด ยอนโต้ จะตามซ้ำแต่ยังติดบล็อคแข้งเจ้าถิ่นออกไปอีก

อีกหน้าที่ต่อมา โรดริโก้ โมเรโน่ ส่งบอลเข้าก้นตาข่ายไปแล้ว แต่ผู้ตัดสินหลังเช็กกับวีเออาร์ ยืนยันเป็นจังหวะล้ำหน้าของแข้งยูงทองก่อนทำให้ชวดได้ประตูไล่เจ๊า

จบครึ่งแรก แอสตัน วิลล่า ขึ้นนำ ลีดส์ ยูไนเต็ด 1-0

กลับมาบู๊กันต่อในครึ่งหลัง นาที 52 อเล็กซ์ โมเรโน่ เกือบเปิดตัวใน วิลล่า พาร์ค อย่างสวยสดหลังมีโอกาสเบิกสกอร์แรก เมื่อรับลูกจ่ายของ เจค็อบ แรมซีย์ แต่จังหวะซัดด้วยซ้ายไปติดเซฟของ อิลล็อง เมสลิเย่ร์

ถัดมานาทีเดียว นาทีที่ 53 วิลฟรีด ยอนโต้ ได้บอลทางซ้ายก่อนปั่นด้วยขวาเสาไกล บอลกำลังโค้งเลี้ยงเบียดเสาแล้วแต่ยังไม่ผ่านมือ เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ นายด่านดีกรีแชมป์โลกชาวอาร์เจนไตน์ที่บินเซฟออกไป

นาที 64 ลีออน ไบลี่ย์ ลากตัดเข้ากลางแล้วกดด้วยซ้ายเต็มแรงบอลพุ่งไปติดเซฟ เมสลิเย่ร์ ก่อนที่ บูเอนเดีย จะโขกซ้ำเข้าไป แม้ผู้ช่วยผู้ตัดสินจะยกธงล้ำหน้า แต่หลัง ไมเคิ่ล โอลิเวอร์ เช็กกับ วีเออาร์ แล้วเป็นออนไซด์ให้เป็นประตูที่สองแก่เจ้าถิ่น ทำให้ แอสตัน วิลล่า นำห่าง ลีดส์ 2-0

บอลสวนกลับของเจ้าถิ่นเกือบได้ลุ้นตลอด นาที 72 อเล็กซ์ โมเรโน่ ได้ซัดมุมแคบทางซ้ายแต่บอลพุ่งเข้าข้างตาข่าย อีกสองนาทีต่อมา แดนนี่ อิงส์ เกือบบวกสกอร์ที่สามให้วิลล่าเพิ่มแต่ยังซัดไปติดมือ เมสลิเย่ร์

นาที 82 “ยูงทอง” มาพังประตูตีไข่แตกสำเร็จ หลัง วิลฟรีด ยอนโต้ พาบอลเข้ามาในกรอบก่อนใช้ความสามารถเฉพาะตัวหนีตัวประกบแล้วจ่ายเข้ากลางแฉลบ โจ เกลฮาร์ดท์ ก่อนถึง แพทริก แบมฟอร์ด ซัดให้ ลีดส์ ไล่มา 1-2

จบเกม แอสตัน วิลล่า เปิดบ้านเบียดเอาชนะ ลีดส์ ยูไนเต็ด 2-1 คว้าสามแต้มเต็ม มี 25 แต้ม เท่ากับ เชลซี แต่ลูกได้เสียเป็นรองและแข่งมากกว่าหนึ่งเกม ทำให้รั้งอันดับ 11 เหมือนเดิม ส่วน “ยูงทอง” ไม่ชนะในลีกมา 5 นัดติด รั้งที่ 14 มี 17 แต้มมากกว่าโซนตกชั้นสองคะแนน

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

แอสตัน วิลล่า (4-4-2)   เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ – แอชลี่ย์ ยัง, เอซรี่ คอนซ่า, ไทโรน มิงส์, ลูก้าส์ ดีญ (อเล็กซ์ โมเรโน่ น.10) – เจค็อบ แรมซีย์ (มอร์กกาน ซองซง น.82), บูบาการ์ กามาร่า, ดักลาส ลุยซ์, เอมิเลียโน่ บูเอนเดีย (ฟิลลิปเป้ คูตินโญ่ น.82) – โอลลี่ วัตกิ้นส์ (แดนนี่ อิงส์ น.31), ลีออน ไบลี่ย์

ลีดส์ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) – อิลล็อง เมสลิเย่ร์ – ลุค อายลิ่ง, ปาสกาล สเตร๊าจ์ค (แม็กซิมิเลี่ยน โวเบอร์ น.66), โรบิน ค็อค (จูเนียร์ ฟีร์โป้ น.88) , เลียม คูเปอร์ – ไทเลอร์ อดัมส์, มาร์ค โรก้า (แซม กรีนวู้ด น.78) – เบรนเดน อารอนสัน (โจ เกลฮาร์ดท์ น.78), แจ็ค แฮร์ริสัน (แพทริก แบมฟอร์ด น.67), วิลฟรีด ยอนโต้ – โรดริโก้ โมเรโน่

 

สนับสนุนโดย : บวกหนึ่ง ไฮไลท์ฟุตบอล

Facebook
Twitter